Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@serenetour

Travel License : 41/00756

หน้าแรก

/

รีวิวจากลูกค้า

/

รีวิวทริปประเทศจีน เมืองฉงชิ่ง 4 วัน 3 คืน

รีวิวทริปประเทศจีน เมืองฉงชิ่ง 4 วัน 3 คืน

รีวิวทริปประเทศจีน เมืองฉงชิ่ง 4 วัน 3 คืน

ลูกค้าทริปส่วนตัวประเทศจีน ธนาคารออมสิน สาขาเกาะสมุย และ สาขาบ่อผุด จำนวน 27 ท่าน 
ขอขอบคุณธนาคารออมสิน สาขาเกาะสมุย และบ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี มาณ ที่นี้ด้วยนะคะ

สำหรับทริปนี้ เราเดินทางด้วยกันทั้งสิ้น 4 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 31 พค.-3 มิย.68
เริ่มต้นเดินทางกันเลย

วันก่อนการเดินทาง
เรานัดเจอกันก่อนจะเดินทาง ที่กรุงเทพมหานคร บริเวณโรงแรมรีเจ้นต์ สุวรรณภูมิ ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-15 นาที ทัวร์เราบริการจองห้องพักและรถรับส่งให้กับเจ้าหน้าที่ธนาคาร เพื่ออำนวยความสะดวก โดยค่าที่พักคืนละ 700 บาท ค่าเหมารถตู้คันละ 500 บาท/เที่ยว 3 คัน
วันแรก
ออกจากโรงแรมที่พักไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากคุณลูกค้าทานข้าวเช้า เราก็มาเช็คอิน สายการบินไหหนาน ซึ่งเปิดให้เช็คอินล่วงหน้าเพียง 3 ชั่วโมง ใช้เวลาในการเช็คอินประมาณ 1 ชม. 20 นาที เราก็ได้เข้าไปในเกต เจ้าหน้าที่จะเช็คตั๋วขากลับด้วยนะทุกท่านต้องเตรียมเอกสารตั๋วมาให้พร้อม  หากกลับคนละสายการบิน  หลังจากเครื่องเทคออฟ ได้ไม่นาน ก็มีการเสริฟอาหาร และเครื่องดื่ม ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชม. ก็ถึงนครฉงชิ่ง หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เราก็เจอไกด์ น้ำผึ้ง ที่สามารถพูดไทยได้คล่อง วันนี้เราไปเดินหาง Raffles ซึ่งเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในนครฉงชิ่ง ใช้ทุนก่อสร้างประมาณ ประมาณ 24 พันล้านหยวน ลองเอา 5 คุณเข้าไปดูนะ เป็นเงินไทย ในห้างจะประกอบด้วย สำนักงาน ที่พักอาศัย โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ร้านค้าปลีก และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ร้านที่คนไทย นิยมคือ CHA GEE, POP MART สินค้าแบรนด์เนมต่างๆ วันแรกจบวันเพราะฝนตกและเหนื่อยล้าจึงเข้าที่พัก
วันที่สอง
เริ่มต้นด้วยอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก จากนั้นเดินทางไปยังเมืองต๋าจู่(Dazu) ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากฉงชิ่งประมาณ 2 ชม. ที่เมืองนี้มีสถานที่สำคัญคือผาหินแกะสลัก ต๋าจู่ อยู่ริมแม่น้ำ และได้รับประกาศเป็นมรดกโลก เราใช้เวลาบริเวณผาหินแกะสลักประมาณ 2 ชั่วโมง บอกได้เลยว่าเป็นสองชั่วโมงที่หน้าประทับใจกับผลงานแกะสลักที่งดงาม และสมบูรณ์ สีเดิมแม้จะซีดจางลงไปแต่ก็ยังเห็นร่องรอย ความสวยงามในอดีต ได้เห็นถึงความตั้งใจและศรัทธาของชาวพุทธ ที่ได้ยินเพียงเรื่องเล่าในตำรา อยากเห็นพระพุทธเจ้าบ้างเลยมาแกะสลักไว้ให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา อายุอานามของผาหินนี้ ก็ไม่มากไม่มาย 1600 กว่าปีเอง เพราะเริ่มสร้างในปี ค.ศ900-1300 ใช้เวลาในการสร้างถึง 400 ปี เราทานข้าวเที่ยงกันที่เมืองนี้ และเดินทางกลับเมืองฉงชิ่ง ระหว่างทางแวะจุด Service ห้องน้ำห้องท่า ที่นี่สะอาดสะอาด มีของที่ระลึกและอาหารให้พอได้ช้อปปิ้งกัน  บ่ายสามกว่าเราก็เดินทางกลับฉงชิ่ง ไปเที่ยวชมเมืองโบราณสือชี่โข่ว เมืองงนี้ในอดีตเป้นเมืองทีทำกระเบื้องหลังคา จุดแรกที่เราเดินไปก็เลยเห็นพื้นประดับด้วยกระเบื้องหลังคา ภายในเมืองโบราณยังอนุรักษ์อาคารต่างๆ รวมทั้งหลังคาไว้เป็นอย่างดี เพียงแต่เปลี่ยนแปลงเป็นร้านค้าจำหน่ายอาหารเป็นส่วนใหญ่ และมีของขายที่ระลึก มีร้านพัดจีน ทีเขียนด้วยพู่กันอยู่นะ ที่เมืองนี้   เดินเสร็จแล้วเราก็ไปชมรถไฟทะลุตึก ซึ่งเป็นจุดเช็คอินที่วัยรุ่นบอกว่าต้องมา ไกด์บอกว่า บริษัทเจ้าของตึกสร้างก่อนแล้วรัฐบาลบอกว่าต้องมีรถไฟผ่านตรงนี้ คุยกันไปมา ก็เอาให้รถไฟทะลุตึกและเป็นสถานีอีกหนึ่งสถานี ถามว่าคนพักจะเสียงดังมั้ยเค้าบอกเสียงดัง และย้ายออกไปกันพอสมตวร มีด้านล้างตึกที่มีร้านค้าจำหน่ายสินค้า
วันที่สาม
เราเริ่มต้นกันด้วย หอกิลด์หูกวง (Huguang Guild Hall) เป็นอาคารเก่าแก่และพิพิธภัณฑ์ หากเราเดินขึ้นสะพานจะได้ภาพกำแพงสีเหลืองสวยงาม เสียดายเราไม่มีเวลาเดินขึ้นไปบนสะพานเลยได้ภาพมาไม่ตรงปกกับรีวิว จากนั้นก็เดินทางไปยังพงหยาต้ง โรงเตี้ยมที่กลายเป็นโรงแรมที่พัก และร้านค้าจุดเช็คอินไฮไลท์ ต้องถ่ายภาพกลางคืนจะสวยมาก แต่ต้องล่องเรือนะ ถึงจะได้มุมทั้งหมดของอาคาร ถ้าอยู่ใกล้ๆจะไม่เห็นมุมที่เช็คอินรีวิวกัน กลางวันก็มีวิวอีกแบบ ไปซื้อของที่ระลึกกันในร้านค้า ได้หมีแพนด้ากันมา ไกด์ใจดี พาไป มหาศาลาประชาคม (Great Hall of People) ซึ่งจำลองจตุรัสเทียนอันเหมิน ในฉบับย่อ เป็นโรงละครและประชุมสภาผู้แทนราษฏรของนคร กินข้าวเที่ยงริมแม่น้ำแยงซีเกียง เราก็ไปต่อที่ Art Gallery ที่ลักษณะหลังคาคลัายตะเกียบ สีแดงดำ ถ่ายรูปหน้าตึกฝนพรำ แล้วเดินต่อไปที่ถนนคนเดิน หาชากี ช้อบปปิ้งป้อบมาร์ท ถ่ายรูปกับร้าน Apple store จุดเช็คอินใหม่ และหอนาฬิกา เมื่อได้เวลาก็เดินต่อไปยังวัดพระอรหันต์ (วัดโลฮัน) เป็นวัดที่ขอพรอะไรก็จะได้สมหวัง อายุวัดประมาณ 1000 ปี เดิมมีพระอรหันต์ 500 องค์ แต่ถูกทำลายสมัยจีนแดง ปัจจุบันหลงเหลือพระอรหันต์ 16 องค์ พระศรีศากยมุนี 1 องค์  และเจ้าแม่กวนอิม และเทพเจ้าต่างๆ ของจีน เมื่อไหว้พระเสร็จเราก็เดินต่อไปยังร้านอาหารเย็น มื้อนี้เป็นสุกี้หมาล่า ถูกใจชาวคณะยิ่งนัก มีเนื้อสารพัดให้เลือกและเครื่องดื่มเบียร์ไม่อั้นจุใจ ทานอาหารเสร็จแล้วก็ไปล่องเรือแม่น้ำแยงซีเกียง ชมบรรยากาศตึกรามบ้านช่องที่ประดับด้วยไฟหลากสี ยิ่งใหญ่อลังการ ไม่เป็นรองแม้กระทั่งฮ่องกง รัฐบาลจีนเค้าลงทุนกันจริงๆ หมดวันก็เข้าที่พัก 
วันทีสี่
ด้วยไฟลท์ที่เช้ามาก 08.30 เราจึงต้องจำใจลานครฉงชิ่งไปแต่เช้าตรู่ และกลับถึงประเทศไทยประมาณ 10.45 ด้วยความประทับใจ

จำนวนผู้เข้าชม 195 ครั้ง